มูลนิธิจัดกิจกรรมและสร้างโปรแกรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ใน ประเทศ 62 ประเทศ จากตะวันตกจรดตะวันออก ผู้คนจากชาติต่าง ๆ ที่เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมและสัมมนาของเรา จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายเสรีนิยมและเป็นสมาชิกของเครือข่ายศิษย์เก่าของมูลนิธิในประเทศของตน
บรัสเซลส์ เป็นที่ตั้งของ International Political Dialogue-IDP (สำนักงานการอภิปรายทางการเมืองระหว่างประเทศ -ไอพีดี) อันเป็นหน่วยงานหน่วยงานหลักของมูลนิธิด้านการสนับสนุนกิจกรรมและโครงการต่างๆในประเทศที่พัฒนาแล้ว รวมถึงประเทศเยอรมนีด้วย ไอพีดีเป็นผู้อำนวยความสะดวกแก่คณะที่เกี่ยวข้องด้านการเมืองในการเดินทางไปศึกษาดูงานในประเทศเยอรมนีและเป็นผู้ควบคุมดูแล International Academy for Leadership- IAF (สถาบันนานาชาติสำหรับผู้นำ-ไอเอเอฟ)ซึ่งเป็นผู้จัดสัมมนาและการประชุมกลุ่มย่อยด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ณ สถาบันธีออดอร์ ฮอยส์ เมืองกุมเมอรส์บาค เดินทาง ประเทศเยอรมนี
คอสตา ริกา เป็นเมืองแรกในละตินอเมริกาที่มีการจัดตั้งสำนักงานส่วนภูมิภาคของมูลนิธิขึ้น เมื่อครั้งมูลนิธิเริ่มวางโครงการระดับภูมิภาคในภูมิภาคนี้ เมื่อค.ศ. 1965
ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมูลนิธิเมื่อค.ศ. 1958 มูลนิธิได้ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยเสรีในฐานะกลไกเพื่อการปกป้องเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนส่วนบุคคลมาตลอด โดยประชาธิปไตยเสรีจะต้องสอดคล้องกับหลักนิติธรรมและเรียกร้องให้มีการคุ้มครองเสียงส่วนน้อย
มูลนิธิสนับสนุนเสรีภาพทางเศรษฐกิจหรือเรียกอีกอย่างว่า ‘ระบบเศรษฐกิจแบบกลไกตลาด’ ว่าเป็นเครื่องยกฐานะประชาชนทั่วไปให้พ้นจากความยากจนและยกระดับมาตรฐานการครองชีพ นอกจากนี้ประเทศที่มีเสรีภาพทางเศรษฐกิจสูงยังมีแนวโน้มว่าจะมั่งคั่ง และมีอัตราการจ้างงานสูงกว่าประเทศที่ไม่มีเสรีภาพทางเศรษฐกิจหรือมีเพียงน้อยนิด
เสรีภาพอันเป็นแก่นแท้ของเสรีนิยมเป็นสิ่งที่มูลนิธิให้การสนับสนุนมาโดยตลอด หัวใจของกิจกรรมและโครงการทั้งหลายของมูลนิธิล้วนอยู่ที่เสรีภาพส่วนบุคคล อันได้แก่ เสรีภาพในการพูด เสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการศึกษา เสรีภาพทางการค้า เสรีภาพในการเดินทาง เสรีภาพในการถือครองทรัพย์สิน เสรีภาพในการปกป้องสิทธิส่วนบุคคล ตลอดจนเสรีภาพในการเลือกตั้งและกำหนดอนาคตทางการเมืองของประเทศของตน
กุมเมอรส์บาค คือชื่อเมืองทางตะวันตกของประเทศเยอรมนีในมลรัฐนอร์ธ ไรน์ เวสต์พาเลีย อันเป็นที่ตั้งของสถาบันธีออดอร์ ฮอยส์ สถาบันแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการต่าง ๆ ของมูลนิธิและสถานที่อบรมด้านประชาธิปไตยเสรี การแก้ไขความขัดแย้ง สิทธิพลเมือง หัวข้อสิทธิมนุษยชน ระบบเศรษฐกิจแบบตลาด และการค้าเสรีมาเป็นเวลานาน
ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมูลนิธิเมื่อค.ศ. 1958 มูลนิธิส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชนเรื่อยมา เนื่องจากเราเชื่อว่าความเข้าใจและการเคารพซึ่งกันและกันเป็นสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกันอย่างปรองดองท่ามกลางสังคมที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม
สถาบันนานาชาติสำหรับผู้นำ (ไอเอเอฟ) คือชื่อหน่วยงานหลักของมูลนิธิซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการจัดประชุมกลุ่มย่อย การสัมมนาและโครงการอบรม ณ สถาบันธีออดอร์ ฮอยส์ เมืองกุมเมอรส์บาค ในแต่ละปีทางสถาบันจะตีพิมพ์โครงการอบรมประจำปีที่จะจัดขึ้นที่สถาบัน ผู้เข้าร่วมการอบรมคือผู้ที่สำนักงานมูลนิธิในประเทศต่างๆของเราเสนอชื่อเข้ามา
ไอเอเอฟ ก่อตั้งครั้งแรกในประเทศโปรตุเกสช่วงต้นทศวรรษที่ 90 แล้วจึงย้ายมาตั้งที่เมืองกุมเมอรส์บาคใน ค.ศ. 1995 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับการอภิปรายและเป็นศูนย์กลวงการหารือทางการเมืองระหว่างประเทศ ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกล้วนมาที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการเมือง เรียนรู้วัฒนธรรมของชาติอื่น และร่วมกันสรรค์สร้างแนวทางสู่เสรีนิยม
เดือนมกราคม ถือเป็นเดือนที่สำคัญอย่างยิ่งในประวัติกาลของมูลนิธิฟรีดริช เนามัน เนื่องจากในเดือนนี้มีเหตุการณ์สำคัญ ๆ เกิดขึ้นอย่างน้อยห้าครั้ง ได้แก่
นครหลวง เคียฟ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศยูเครน เป็นที่ตั้งของสำนักงานสาขาแห่งล่าสุดของมูลนิธิในยุโรปตะวันออก มูลนิธิจัดฝึกอบรมด้านเสรีนิยมและโครงการหารือทางการเมืองมากมายขึ้นที่นี่ อันแสดงออกถึงการสนับสนุนของเราที่มุ่งหวังให้ประเทศยูเครนมีเสรีภาพและประชาธิปไตยเพิ่มขึ้น สำนักงานที่กรุงเคียฟเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2007 ภายใต้การดูแลของมิสเตอร์แมนเฟรด วิชแมน และทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับสำนักงานส่วนภูมิภาคสาขายุโรปตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ในกรุงโซเฟีย ประเทศบัลแกเรีย
มูลนิธิส่งเสริมนโยบายทางการเมืองที่ว่า ประชาธิปไตยเสรีควรจะยึดเสรีภาพส่วนบุคคลเป็นหลักและกำหนดขอบเขตอำนาจโดยชอบธรรมของรัฐตามความเหมาะสม ซึ่งเชื่อมโยงสู่แนวคิดเรื่องหลักนิติธรรม นักเสรีนิยมมีความเชื่อว่าเมื่อประชาชนได้รับการศึกษาที่เหมาะสม และมีอิสระที่จะทำตามเป้าหมาย และสามารถเติมเต็มศักยภาพของตนได้ บทบาทของรัฐเองก็จำกัดอยู่ภายใต้บังคับกฎหมาย และให้ดำรงตลาดการค้าเสรีไว้อย่างชอบธรรม
เศรษฐกิจแบบกลไกตลาด คือ ระบบเศรษฐกิจที่มีความเป็นเศรษฐกิจเสรีอยู่ในเกณฑ์สูง ซึ่งพลเรือนมีเสรีภาพในการถือครองทรัพย์สิน สามารถเข้าร่วมแข่งขันในตลาด สามารถเลือกประกอบอาชีพ มีการค้าท้องถิ่นและระดับสากล ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าเศรษฐกิจตลาดมีส่วนช่วยให้ประชากรได้บริหารเศรษฐกิจเสรีและยกมาตรฐานการครองชีพของตน
มูลนิธิถูกตั้งชื่อตามชื่อของ ฟรีดริช เนามัน นักบุกเบิกลัทธิเสรีนิยมผู้เผยแผ่และสนับสนุนการก่อตั้งประชาธิปไตยแบบเสรีในเยอรมนีหลังจากการล่มสลายของพรรคนาซี
นอกเหนือจากนี้ เขายังตั้ง “โรงเรียนเพื่อการศึกษาภาคพลเมือง” (School for Civic Education) ขึ้นในปี 1918 เพื่อเปิดให้ประชาชนทุกชนชั้น ทุกเพศ ทุกวัย และทุกเชื้อชาติ มีโอกาสได้เล่าเรียนกัน
การยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง เป็นคุณสมบัติที่ล้ำค่าของเสรีนิยม เนื่องจากประชาธิปไตยเสรีถือว่าการคัดค้านและโต้แย้งนั้นเป็นเรื่องปกติและออกจะค่อนไปในแง่ดีด้วยซ้ำ เพราะคะแนนเสียงข้างมากอาจจะถูกหรือผิดก็เป็นได้ และถ้าหากว่าผิด ก็จะได้นำเข้าสู่กระบวนการอภิปรายถกเถียงกันอย่างชัดเจนระหว่างสองฝ่ายซึ่งมีข้อคิดเห็นและความเชื่อที่ต่างกันเพื่อแก้ไขให้ถูกที่ถูกทาง หากปราศจากการโต้แย้งแล้ว ก็คงไม่มีทางรู้ได้ว่าแต่ละคนต้องการอะไร และอาจมีทางออกอะไรบ้างที่ดีกว่าเก่า
มูลนิธิไม่เคยทำงานตามลำพัง ไม่ว่าโครงการหรือกิจกรรมใดในต่างประเทศ เรามักจะทำงานร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชนส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการ สถาบัน นักกิจกรรม รวมทั้งนักเรียนและสถาบันทางการศึกษา
จุดมุ่งหมายสูงสุดของมูลนิธิคือ การสร้างสันติภาพผ่านทางประชาธิปไตยเสรี การเคารพสิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรม และเสรีภาพทางเศรษฐกิจ
มูลนิธิเชื่อมั่นในการมีส่วนร่วมของบุคคลด้านการเมืองและกระตุ้นให้ประชาชนทั่วไปมีบทบาทกำหนดอนาคตทางการเมืองของประเทศชาติของตน
เสรีภาพของสื่อ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสังคมที่ต้องการธำรงไว้ซึ่งประชาธิปไตย อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของสังคมรูปแบบนี้ด้วย ถ้าปราศจากสื่อที่เป็นกลางและยุติธรรม หรือเสรีภาพสื่อในการนำเสนอข้อเท็จจริงต่อสาธารณชน แม้ว่าจะเป็นรายงานด้านลบเกี่ยวกับหน่วยงานรัฐหรือรัฐบาลแล้วนั้น การทุจริตก็มีแต่จะทวีเพิ่มขึ้น และท้ายสุด ความอยุติธรรมก็คงมีชัย
กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ถือเป็นกุญแจสู่การพัฒนาเศรษฐกิจระดับชาติและความมั่งคั่งของประชาชนทั่วไป หากปราศจากกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินแล้ว ความสามารถที่สามัญชนจะกระทำการใด ๆ เพื่อยกระดับมาตรฐานการครองชีพของตน รวมไปถึงโอกาสก้าวหน้าทางเศรษฐกิจระดับชาติก็จะถูกจำกัด
การใช้หลักนิติธรรมในสังคมประชาธิปไตยเสรีช่วยรับรองการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย ว่าจะไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แบ่งพรรคแบ่งพวก หรือได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมอันเนื่องมาจากการเลือกที่รักมักที่ชัง แง่คิดที่สำคัญของหลักนิติธรรมคือการจำกัดอำนาจรัฐ เพื่อมิให้รัฐมีอำนาจเบ็ดเสร็จที่จะทำได้ทุกอย่างตามอำเภอใจ ฉะนั้นการบังคับใช้หลักนิติธรรมจึงช่วยป้องกันการใช้อำนาจในทางที่ผิด หรืออย่างน้อยก็ลดอำนาจเหล่านั้นลงได้บ้าง
เวิร์นเนอร์ สเตฟาน เป็นผู้อำนวยการคนแรกของมูลนิธิฟรีดริช เนามัน ซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 1959 ถึงปี 1964 นอกจากนี้ เขายังเป็นสมาชิกผู้บริหารพรรคการเมืองเยอรมันเอฟดีพี (Freie Demokratische Partei) และเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิ
ทรูแมน เฮ้าส์ คือชื่อสำนักงานใหญ่ของมูลนิธิซึ่งตั้งอยู่ในเมืองพอทสดัม ประเทศเยอรมนี คำว่า “Haus” ในภาษาเยอรมันแปลว่า “บ้าน” ตัวอาคารถูกตั้งชื่อตามประธานาธิบดีคนที่ 33 ของสหรัฐอเมริกาผู้มีนามว่า แฮร์รี่ เอส ทรูแมน ซึ่งเคยพำนักอยู่ในบ้านหลังนี้ช่วงที่เขากำลังเจรจากับผู้นำสหภาพโซเวียต โจเซฟ สตาลิน และนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษ วินสตัน เชอร์ชิล ต่อมาประเทศเยอรมนียอมจำนน เป็นเหตุให้สงครามโลกครั้งที่สองยุติลง
การพบปะของสามผู้นำถูกเรียกว่า การประชุมที่พอทสดัม ซึ่งมีการพูดคุยกันในหัวข้อต่าง ๆ อาทิ การจัดระเบียบโลกหลังสงคราม สนธิสัญญาสันติภาพ และมาตรการรับมือกับผลกระทบจากสงคราม
มูลนิธิสนับสนุนโครงการค้นคว้าด้านสิทธิมนุษยชนทั่วโลก อันที่จริงแล้ว มูลนิธิของเยอรมันเป็นผู้เริ่มอุปถัมภ์โครงการเพื่อสิทธิมนุษยชนด้วยเงินทุนสนับสนุนการพัฒนา เพราะเราเชื่อว่าปัจจัยหลักส่วนหนึ่งในกระบวนการพัฒนาอย่างยั่งยืนคือการเคารพสิทธิมนุษยชน ด้วยเหตุผลที่ว่า สิทธิมนุษยชนทำให้ทุกคนมีความเสมอภาคโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรม
Virtuelle Akademie คือชื่อสถาบันออนไลน์ของมูลนิธิที่เปิดสอนด้านการเมืองและฝึกอบรมแก่นักกิจกรรมจากองค์กรพัฒนาเอกชนที่สนใจ รวมถึงบุคคลทั่วไปในประเทศเยอรมนีเองและประเทศฝั่งยุโรปตะวันตก สถาบันนี้เริ่มขึ้นเมื่อปี 2001 นับว่าเป็นสถาบันออนไลน์สำหรับการศึกษาพลเรือนแห่งแรกในประเทศเยอรมนี อีกทั้งยังได้รับรางวัลสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ดีเด่นของยุโรป (European E-Learning Award หรือ eureleA) ปี 2005 ด้วย
วัคฮโอลแดชตูเบอ คือชื่อร้านอาหารที่อยู่ชั้นใต้ดินของสถาบันนานาชาติสำหรับผู้นำในเมืองกุมเมอรส์บาค วัคฮโอลแดชตูเบอ ไม่ได้เป็นเพียงร้านอาหารธรรมดา แต่ยังใช้เป็นห้องจัดสัมมนาที่สำคัญของสถาบันด้วยดังนั้น ที่นี่จึงถือเป็นสถานที่กำเนิดแนวคิดอันยิ่งใหญ่ รวมทั้งการสถาปนาองค์กรเสรีนิยมอีกมากมาย
สำนักงานส่วนภูมิภาคของมูลนิธิสาขาเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ในกรุงเทพมหานครครบรอบสิบปีไปเมื่อปี 2008 สำนักงานส่วนภูมิภาคแห่งนี้ย้ายมาจากประเทศสิงคโปร์ปี 1992 แล้วจึงได้ขยายแผนงานกับเครือข่ายองค์กรร่วม จนกระทั่งมีจำนวนเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้นจาก 14 คนเป็น 25 คนในปี 2007
มูลนิธิทำงานร่วมกับองค์กรยุวชนและองค์กรพัฒนาเอกชนจำนวนมากในการฝึกอบรมความเป็นผู้นำและทักษะการสื่อสารแก่เยาวชน เพื่อให้พวกเขาสามารถพัฒนาชุมชนต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรู้จักเตรียมความพร้อมด้านบทบาททางการเมืองของตนในอนาคต
Zusammenarbeit (ซู-ซัม-เมน-อา-ไบท์) มาจากภาษาเยอรมัน แปลว่า ความร่วมมือกัน มูลนิธิทำงานกับองค์กรร่วมต่าง ๆ ที่อาสามาด้วยความสมัครใจอย่างสม่ำเสมอ ไม่เคยขู่เข็ญหรือบีบบังคับ ความร่วมมือกัน จัดเป็นคำหลักคำหนึ่งในหน้าปทานุกรมการทำงานของมูลนิธิเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้น เรายังจัดตั้งแผนกที่เรียกว่า หน่วยหารือทางการเมืองและความร่วมมือระหว่างประเทศ หรือ IPZ (Internationale Zusammenarbeit und Politikberatung ในภาษาเยอรมัน) เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกต่อการทำงานของเราโดยการสำรวจความร่วมมือระหว่างประเทศจากองค์กรต่าง ๆ ในการพัฒนาประเทศ ซึ่งขณะนี้หน่วยงานอยู่ภายใต้การดูแลของมิสเตอร์ฮาราลด์ ไคลน์ นอกจากนี้ หน่วยไอพีแซดในพอทสดัมยังมีหน้าที่ประสานแผนงานระหว่างประเทศและกิจกรรมของมูลนิธิอีกด้วย