admin's blog

การศึกษาเพื่อสร้างพลเมือง (Civic Education): พัฒนาการเมืองไทยโดยสร้างประชาธิปไตยที่ “คน”

โดย ปริญญา เทวานฤมิตรกุล
อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

บทนำ : ความล้มเหลวของประชาธิปไตยในประเทศไทย

จากตัวเลขการรัฐประหารที่ฉีกรัฐธรรมนูญจำนวน 8 ครั้ง การรัฐประหารที่ไม่ฉีกรัฐธรรมนูญอีก 4 ครั้ง และรัฐธรรมนูญจำนวน 18 ฉบับในระยะเวลา 76 ปี กับเหตุการณ์นองเลือดอีก 3 เหตุการณ์ โดยมีสิ่งที่ได้มาคือ การเมืองที่ยังไม่ก้าวหน้าไปไหน นักการเมืองแก่งแย่งตำแหน่งแบ่งเก้าอี้ ประชาชนแตกแยกขัดแย้งแบ่งข้าง และเกิดความรุนแรงจนเกือบจะเกิดเหตุการณ์นองเลือดหลายครั้งในช่วงปี 2551 จนถึงช่วงสงกรานต์ปี 2552 ที่ผ่านมา โดยยังคงมีแนวโน้มที่อาจจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงอีก หรืออาจถึงขนาดเป็นสงครามกลางเมืองในอนาคต เป็นสิ่งที่ทำให้เรากล่าวได้ว่า ประชาธิปไตย – อย่างน้อยจนถึงในขณะนี้ – ไม่ประสบความสำเร็จ ในประเทศไทย

ทำไมประชาธิปไตยที่ประสบความสำเร็จในยุโรปและในอเมริกา จึงกลับล้มเหลวในประเทศไทย เป็นเพราะประชาธิปไตย ไม่เหมาะ กับประเทศไทย หรือปัญหาอยู่ที่ คนไทย ? ถ้าความล้มเหลวของประชาธิปไตยมีสาเหตุมาจาก คนไทย แล้ว ใคร หรือคนกลุ่มไหนในประเทศไทยเป็นตัวปัญหาที่ทำให้ประชาธิปไตยล้มเหลว ?

สุนทรพจน์ในงานเลี้ยงรับรองเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ณ. สถานทูตประเทศเยอรมนี ประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์

สุนทรพจน์ในงานเลี้ยงรับรองเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ณ. สถานทูตประเทศเยอรมนี ประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์

กล่าวเปิดพิธีโดย ด็อกเตอร์ ไรเนอร์ อาดัม ผู้อำนวยการส่วนภูมิภาคมูลนิธิ ฟรีดริช เนามัน

ครบรอบ ๒๐ ปี ของการทลายกำแพงเบอร์ลิน ตามนัยของนโยบายต่างประเทศเยอรมนี สืบเนื่องจากผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา 

กราบเรียนด็อกเตอร์ กุนเธอร์ กรูเบอร์ (Dr. Günter Gruber) ท่านเอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศมาเลเซีย ท่านโกฮิลัน พิลเล่ย์ (Kohilan Pillay) วุฒิสมาชิกกิตติมศักดิ์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่าน ดาโต๊ะ ลี ชี ลุง (Datuk Lee Chee Leong) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ท่านแขกผู้มีเกียรติ ท่านสุภาพสตรี และสุภาพบุรุษทุกท่าน

กฎพื้นฐานสิบสองข้อเพื่อการเป็นนักการเมืองผู้ประสบความสำเร็จ

โดยไรเนอร์ แอร์เคนส์

ในฐานะที่มูลนิธิฟรีดริช เนามันเป็นมูลนิธิที่สนับสนุนนโยบายทางการเมืองในแนวทางเสรีนิยม และมีส่วนในการให้คำปรึกษาด้านการเมืองทั่วโลก เราทำงานร่วมกับนักเสรีนิยมและพรรคการเมืองเสรีนิยมกว่า 50 ประเทศ เพื่อนโยบายและเป้าหมายที่เรายึดมั่น นั่นคือ ปกป้องสิทธิมนุษยชน สนับสนุนหลักนิติรัฐ และสร้างความแข็งแกร่งแก่ระบอบประชาธิปไตยแบบเสรีนิยมและตลาดเสรี

อย่างไรก็ตาม จากหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เห็นว่า การเมืองสามารถกลายเป็นหลุมศพของบุคคลผู้มีความคิดดีๆและมีความตั้งใจที่น่าชื่นชมอย่างยิ่งได้ ยกตัวอย่างเช่น นักเสรีนิยมหลายคนเห็นปัญหาในประเทศของตนอย่างชัดเจน ทั้งยังมีแนวคิดที่แปลกใหม่และน่าเชื่อถือสำหรับการแก้ปัญหาดังกล่าว แต่ในสนามแห่งการแข่งขันทางการเมือง พวกเขาเหล่านั้นกลับพ่ายแพ้ แต่มูลนิธิของเราไม่คิดว่านั่นคือโชคชะตาที่ถูกกำหนดมาและหลีกหนีไม่ได้ แต่เรากลับเชื่อว่านักเสรีนิยมที่ดีสามารถเป็นนักการเมืองที่ประสบความสำเร็จได้หากพวกเขาได้ปฎิบัติตามกฎง่ายๆ ซึ่งจะช่วยให้ฝันของพวกเขาเป็นจริง ได้รับการสนับสนุนจากการลงคะแนนเสียงมากขึ้นและชนะคู่แข่งทางการเมืองได้

“ถังความคิด (Think Tank)” : บทสัมภาษณ์ 12 นักคิด เพื่อร่วมกันค้นหาอนาคตสังคมไทย

โดย กานต์ ยืนยง
ที่มา http://www.siamintelligence.com/think-tank-for-thai-future/

หมายเหตุ: หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในหนังสือที่ทางมูลนิธิฟรีดริช เนามันสนับสนุนการตีพิมพ์ เพื่อส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง อันเป็นหนึ่งในสาระของความเป็นประชาธิปไตย ด้วยเนื้อหาที่เป็นบทสัมภาษณ์ของนักคิด และผู้ที่มีบทบาทในการเมืองไทยปัจจุบัน

นับจาก 19 กันยายน 2549 เมืองไทยก็เข้าสู่ “กลียุค(Choas)” มีการชุมนุมประท้วงทั้งฝ่ายสนับสนุนและต่อต้านนับครั้งไม่ถ้วน มีความสูญเสียเศร้าสลดไปทั่วทุกหนแห่ง แต่กระนั้น “สังคมไทย” ก็ยังสับสนเพราะไม่สามารถค้นหา “ทางออก” เพื่อนำไปสู่อนาคตที่ดีกว่าได้

บางที “วิกฤตการเมือง” ครั้งนี้ อาจสิ้นสุดลงได้ หากสังคมไทยสามารถค้นพบ “อนาคตใหม่” ที่สดใส ชัดเจน และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันก้าวเดินไปข้างหน้าร่วมกัน

think-thank

“ถังความคิด (Think Tank)” คือ หนังสือรวมบทสัมภาษณ์ 12 ผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด เพื่อร่วมกันขบคิดค้นหา “อนาคตใหม่” ของสังคมไทยท่ามกลาง “วิกฤตการเมือง” ที่เรื้อรังรุมเร้า

งานของพวกเรา: ว่าด้วยเรื่องเสรีภาพ

มูลนิธิฟรีดริช เนามัน มีชื่อและตราสัญลักษณ์ใหม่ ซึ่งอ่านได้ว่า:

ฟรีดริช เนามัน ชติฟตุง เฟือ ดี ฟไรไฮท์ (Friedrich-Naumann-Stiftung für die Freiheit) หรือ มูลนิธิฟรีดริช เนามันเพื่อเสรีภาพ

สำหรับนักเสรีนิยมแล้ว คุณค่าหลักที่เป็นรากฐานของสังคมก็คือเสรีภาพและอิสรภาพ อย่างไรก็ตาม ในหลายประเทศทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ที่ประเทศเยอรมนีเอง อุดมการณ์ด้านเสรีภาพถูกโจมตีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผู้คนต่างพุ่งเป้าไปที่ความเสมอภาคของผลลัพธ์ หรือกล่าวถึงเสรีภาพส่วนบุคคลด้วยความระแวงเพราะนิยาม “ความเป็นธรรมทางสังคม” หรือ “ความมั่นคง” แบบผิด ๆ ความรู้สึกด้านลบต่ออุดมการณ์เสรีนิยมดังกล่าว สามารถสังเกตเห็นได้จากการต่อต้านตลาดเสรีและการแข่งขัน รวมทั้งความพยายามที่จะจัดระเบียบและควบคุมคำพูดของประชาชนในที่สาธารณะ ควบคุมการแต่งกาย พฤติกรรม อาหารที่บริโภคเข้าไป ตลอดจนบุคคลที่คบค้าสมาคมด้วย ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว “สงครามจากความหวาดกลัว” นี้ ยังได้รับเสียงตอบรับอย่างกระตือรือร้นจนน่าสงสัยจากรัฐบาลทั่วโลก ทั้งในหมู่ประเทศที่ร่ำรวยและยากจน ในการขยายอำนาจของตำรวจและควบคุมเสรีภาพส่วนบุคคล

ประสบการณ์ของผม ณ International Academy for Leadership ในเยอรมนี

ดร.ปัณณ์ อนันอภิบุตร
คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

เมื่อได้รู้ว่าจะได้เดินทางไปเยอรมนี ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะได้ไปเยือนยุโรป แม้ว่าผมจะได้เดินทางไปเยือนทวีปต่างๆ มาหลายทวีปแล้วก็ตาม แต่ยังคงไม่เคยได้มาเยือนยุโรปเสียที ต้องขอขอบคุณมูลนิธิฟรีดริช เนามัน เป็นอย่างสูงที่ได้ให้โอกาสแก่ผมในครั้งนี้