บทความทั่วไป

บารอมิเตอร์วัดเสรีภาพทางเศรษฐกิจประจำปี 2009

มูลนิธิฟรีดิช เนามันเพื่อเสรีภาพได้จัดทำดัชนีชี้วัดเสรีภาพในเอเชียขึ้นใหม่ บารอมิเตอร์วัดเสรีภาพในเอเชียประจำปี 2009 จะพิจารณาจากสิทธิ 3 ประการ อันได้แก่ สิทธิทางการเมือง กฎหมายและเศรษฐกิจ การวิเคราะห์ตัวชี้วัดอิสระภาพในแต่ละประเทศในภูมิภาคเอเชียแต่ละประเทศอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ ผลวิเคราะห์ที่ได้ส่วนมากจะสอดคล้องกับดัชนีหลักอื่นๆขององค์กรต่างๆ อาทิ องค์การฟรีดอมเฮาส์ (The Freedom House) และองค์การเสรีภาพทางเศรษฐกิจของโลก (The Economic Freedom of the World) อย่างไรก็ดี ในบางกรณีจากปัจจัยทางเสรีภาพของบารอมิเตอร์วัดเสรีภาพภาพส่งผลให้มาตรวัดมี “ความเป็นกลาง” มากขึ้น

 

“ถังความคิด (Think Tank)” : บทสัมภาษณ์ 12 นักคิด เพื่อร่วมกันค้นหาอนาคตสังคมไทย

โดย กานต์ ยืนยง
ที่มา http://www.siamintelligence.com/think-tank-for-thai-future/

หมายเหตุ: หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในหนังสือที่ทางมูลนิธิฟรีดริช เนามันสนับสนุนการตีพิมพ์ เพื่อส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง อันเป็นหนึ่งในสาระของความเป็นประชาธิปไตย ด้วยเนื้อหาที่เป็นบทสัมภาษณ์ของนักคิด และผู้ที่มีบทบาทในการเมืองไทยปัจจุบัน

นับจาก 19 กันยายน 2549 เมืองไทยก็เข้าสู่ “กลียุค(Choas)” มีการชุมนุมประท้วงทั้งฝ่ายสนับสนุนและต่อต้านนับครั้งไม่ถ้วน มีความสูญเสียเศร้าสลดไปทั่วทุกหนแห่ง แต่กระนั้น “สังคมไทย” ก็ยังสับสนเพราะไม่สามารถค้นหา “ทางออก” เพื่อนำไปสู่อนาคตที่ดีกว่าได้

บางที “วิกฤตการเมือง” ครั้งนี้ อาจสิ้นสุดลงได้ หากสังคมไทยสามารถค้นพบ “อนาคตใหม่” ที่สดใส ชัดเจน และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันก้าวเดินไปข้างหน้าร่วมกัน

think-thank

“ถังความคิด (Think Tank)” คือ หนังสือรวมบทสัมภาษณ์ 12 ผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด เพื่อร่วมกันขบคิดค้นหา “อนาคตใหม่” ของสังคมไทยท่ามกลาง “วิกฤตการเมือง” ที่เรื้อรังรุมเร้า

งานของพวกเรา: ว่าด้วยเรื่องเสรีภาพ

มูลนิธิฟรีดริช เนามัน มีชื่อและตราสัญลักษณ์ใหม่ ซึ่งอ่านได้ว่า:

ฟรีดริช เนามัน ชติฟตุง เฟือ ดี ฟไรไฮท์ (Friedrich-Naumann-Stiftung für die Freiheit) หรือ มูลนิธิฟรีดริช เนามันเพื่อเสรีภาพ

สำหรับนักเสรีนิยมแล้ว คุณค่าหลักที่เป็นรากฐานของสังคมก็คือเสรีภาพและอิสรภาพ อย่างไรก็ตาม ในหลายประเทศทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ที่ประเทศเยอรมนีเอง อุดมการณ์ด้านเสรีภาพถูกโจมตีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผู้คนต่างพุ่งเป้าไปที่ความเสมอภาคของผลลัพธ์ หรือกล่าวถึงเสรีภาพส่วนบุคคลด้วยความระแวงเพราะนิยาม “ความเป็นธรรมทางสังคม” หรือ “ความมั่นคง” แบบผิด ๆ ความรู้สึกด้านลบต่ออุดมการณ์เสรีนิยมดังกล่าว สามารถสังเกตเห็นได้จากการต่อต้านตลาดเสรีและการแข่งขัน รวมทั้งความพยายามที่จะจัดระเบียบและควบคุมคำพูดของประชาชนในที่สาธารณะ ควบคุมการแต่งกาย พฤติกรรม อาหารที่บริโภคเข้าไป ตลอดจนบุคคลที่คบค้าสมาคมด้วย ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว “สงครามจากความหวาดกลัว” นี้ ยังได้รับเสียงตอบรับอย่างกระตือรือร้นจนน่าสงสัยจากรัฐบาลทั่วโลก ทั้งในหมู่ประเทศที่ร่ำรวยและยากจน ในการขยายอำนาจของตำรวจและควบคุมเสรีภาพส่วนบุคคล