มูลนิธิฟรีดิช เนามันเพื่อเสรีภาพได้จัดทำดัชนีชี้วัดเสรีภาพในเอเชียขึ้นใหม่ บารอมิเตอร์วัดเสรีภาพในเอเชียประจำปี 2009 จะพิจารณาจากสิทธิ 3 ประการ อันได้แก่ สิทธิทางการเมือง กฎหมายและเศรษฐกิจ การวิเคราะห์ตัวชี้วัดอิสระภาพในแต่ละประเทศในภูมิภาคเอเชียแต่ละประเทศอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ ผลวิเคราะห์ที่ได้ส่วนมากจะสอดคล้องกับดัชนีหลักอื่นๆขององค์กรต่างๆ อาทิ องค์การฟรีดอมเฮาส์ (The Freedom House) และองค์การเสรีภาพทางเศรษฐกิจของโลก (The Economic Freedom of the World) อย่างไรก็ดี ในบางกรณีจากปัจจัยทางเสรีภาพของบารอมิเตอร์วัดเสรีภาพภาพส่งผลให้มาตรวัดมี “ความเป็นกลาง” มากขึ้น
นับว่าเป็นเรื่องปกติที่ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นอันดับหนึ่งของการจัดอันดับ เสรีภาพในทางการเมืองและกฎหมายในญี่ปุ่นนับว่าเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่นานาประเทศในเอเชีย แม้ว่าญี่ปุ่นยังต้องปรับปรุงในส่วนของเสรีภาพภาพทางเศรษฐกิจแต่ข้อเสียนี่ก็ไม่ๆได้ส่งผลต่อภาพรวมของดัชนีชี้วัดมากนัก ประเทศในแถบเอเชียตะวันออก ยกเว้นสาธาณรัฐประชาชนจีน ถูกจัดอยู่ในระดับต้นๆ โดยไต้หวันและเกาหลีใต้ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 2 และ 3 ของตารางตามลำดับ ช่องว่างระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียนตะวันออกเฉียงใต้นั้นห่างกันมากกว่า 10 จุด จากระดับคะแนน สิงคโปร์และอินโดนีเซียจัดอยู่ในกลุ่มที่สองมีคะแนนเกือบจะเท่ากัน ในขณะที่หลายเมืองใหญ่ได้คะแนนสูงจากนโยบายเปิดเสรีทางการค้าและผลสัมฤทธิทางสังคม อินโดนีเซียก็เป็นตัวอย่างที่ดีของรัฐที่ให้อิสระทางการเมือง ส่วนสิงคโปร์ได้รับการประเมินโดยภาพรวมด้วยคะแนนค่อนข้างต่ำในส่วนของดัชนีชี้วัดความเป็นกลาง ประเทศไทย, มาเลเซียและฟิลิปบินส์ได้รับการประเมินในระดับที่เท่าๆกัน หรือหากจะกล่าวตามความเห็นขององค์การฟรีดอมเฮาส์ประเทศหล่านี้ “เปิดเสรีเพียงบางส่วน” ส่วนประเทศอื่นๆ ได้รับการประเมินว่ายังไม่มีมีเสรีภาพ ถึงกระนั้นสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาวและเกาหลีเหนือก็ยังคงสร้างกฎเกณฑ์ในทางที่ผิดที่กล่าวถึงความเท่าเทียมกันของสังคมนิยมและมากกว่าเสรีภาพ

ปัจจัยที่ชี้วัดเสรีภาพทางการเมืองได้แก่ ความเป็นอิสระและยุติธรรมในการเลือกตั้ง, ผู้ใช้อำนาจยับยั้งประชาธิปไตยและการไร้อิสระของสื่อ อิสรภาพและควายุติธรรมในการเลือกตั้งถือว่าเป็นปัจจัยพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย สถานบันสำหรับประชาธิปไตยและความช่วยเหลือการเลือกตั้งนานาชาติ (IDEA) ให้ความสำคัญกับอิสระและความยุติธรรมในการเลือกตั้งโดยประกาศไว้ว่า “กระบวนการเลือกตั้งมีบทบทสำคัญแก่นแกนของประชาธิปไตยซึ่งตั้งอยู่บนหลักการที่ว่ากระบวนการเลือกตั้งนั้นต้องเกิดการบูรณาการและแผ่ขยายขอบเขตออกไปสู่กระบวนการทางการเมืองอื่น ไม่ใช่เพียงแค่ระบบทางเทคนิคที่อยู่โดดๆ” หากอ้างอิงในประเด็นการขาดเอกภาพของประชาธิปไตย (ยกตัวอย่างเช่น ประเทศในเอเชีย) โดยเฉพาะประเด็นผู้ใช้อำนาจยับยั้งระบบประชาธิปไตย (ยกตัวอย่างเช่น ทหาร) ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลเสียต่อกระบวนการประชาธิปไตย แง่มุมเหล่านี้จะรวมไว้ในตัวแปรในการบ่งชี้ในบารอมิเตอร์ชี้วัดเสรีภาพด้วย ส่วนเสรีภาพของสื่อนั้นเป็นปัจจัยอันดับสามในการชี้วัด ตามธรรมชาติของการเมืองในเชิงสื่อนั้นตัวแปรทางสื่อนี้สามารถสร้างเสรีภาพในมิติการเมืองได้ ส่วนในเชิงของนิติรัฐบารอมิเตอร์เสรีภาพจะพิจารณาประกอบจากตัวแปรต่างๆ เช่น ความเป็นอิสระของศาล, ความสามารถตัวสอบได้และความสมดุล, ระดับของการทุจริต, และการปกป้องสิทธิมนุษยชน
ความสัมพันธ์ระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจในเชิงบวกและการปฎิบัติหน้าที่ในระบอบประชาธิปไตยนั้นเป็นความจริงที่ยอมรับกันในวงกว้าง ความสัมพันธ์ที่ว่านับว่าเป็นหนึ่งในการค้นพบที่สำคัญที่ปรากฏในรายงานขององค์การเสรีภาพทางเศรษฐกิจของโลก (The Economic Freedom of the World) ที่รวมอยู่ในข้อสรุปและเหตุผลของบารอมิเตอร์เอเชีย 2009 อย่างไรก็ดีในบารอมิเตอร์ชี้วัดเสรีภาพฉบับนี้ครอบคลุมเฉพาะปัจจัย 4 ประการจากปัจจัยทั้งหมด 5 ประการ ปัจจัยดังกล่าวตั้งอยู่บนธรรมชาติของดัชนีในการเข้าถึงเม็ดเงินที่เข้มแข็งซึ่งดูเหมือนว่ามีทิศทางที่ไม่แน่นอนนักต่อการเศรษฐศาสตร์การเมืองในฐานะปัจจัยหลักในการกำหนดคุณภาพของประชาธิปไตย ปัจจัยทั้ง 4 ที่ว่านี้ ได้แก่ การปกป้องสิทธิทุกประเภท, ขนาดของรัฐบาล (ค่าใช้จ่าย, ภาษีและรัฐวิสาหกิจ),การวางกฎเกณฑ์ของสินเชื่อ,แรงงานและเศรษฐกิจ รวมทั้งเสรีภาพทางการค้าในระดับนานาชาติ ปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญของนักเสรีนิยมทั่วโลก
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของบารอมิเตอร์ชี้วัดเสรีภาพ 2009 ได้ที่ www.fnfasia.org