หน้าหลัก
เกี่ยวกับเรา
มูลนิธิฟรีดริช เนามัน
หลักการของเรา
ประวัติความเป็นมา
งานของมูลนิธิทั่วโลก
คำสำคัญตามลำดับอักษร
โครงการนักศึกษาฝึกงาน
ทุนการศึกษา
กิจกรรมของเรา
สร้างประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง
สนับสนุนสิทธิมนุษยชนและหลักนิติรัฐ
สนับสนุนเศรษฐกิจเสรี
ข่าว
บทความ
บทความวิชาการ
บทความทั่วไป
ประสบการณ์ไอเอเอฟ
สุนทรพจน์
รูปกิจกรรม
ห้องสมุดเสรีนิยม
แนวคิดเสรีนิยม
คำคมเสรีนิยม
ปราชญ์ผู้มีแนวคิดเสรีนิยม
Wiki
สื่อการเรียนรู้
อนิเมชั่น
การ์ตูน
สำรวจความคิดเห็น
พาวเวอร์พอยต์
ทดสอบความรู้
ลิงค์
ควิซ
Home
สมุดปฏิทินพลเมืองคนกล้าประจำปี พ.ศ. 2551
Tue, 11/17/2009 - 16:01 | by
admin
Attachment
Size
Details Citizen Calendar09.doc
15.5 MB
Embedded Scribd iPaper - Requires Javascript and Flash Player
Download document as PDF
Enable JavaScript in your browser to view this document as it was initially formatted.
สมุดปฏิทินพลเมืองคนกล้าประจำาป พ.ศ. 2551 ี (Citizen Calendar 2009)
สมุ ด ปฏิ ทิ น พลเมื อ งคนกล้ า ประจำา ปี พ.ศ. 2551 (Citizen Calendar 2009) กำาหนดแก่นเรื่องหลักเป็ นเรื่องหน้าที่และความรับผิดชอบของพลเมือง จริงอย่่ท่ีว่า คนเรา แต่ละคนมีอิสระในการใช้ชีวิตตามที่ตนปรารถนา ตราบเท่าที่ยังคงเคารพเสรีภาพ ความ แตกต่าง และไม่ไปล่วงละเมิดสิทธิของผ้่อ่ ืน อย่างไรก็ดี การจะสร้างสรรค์สังคมให้เจริญ ก้าวหน้าได้ การมุ่งเน้นที่ตัวเองเพียงคนเดียวไม่เพียงพอ บุคคลทุกคนต้องกระตือรือร้นที่ จะเข้ามามีส่วนร่วมในการเมืองการปกครองอย่างสมำ่าเสมอ เช่น เข้าร่วมกิจกรรมภาค ประชาชน สนใจกฎหมาย รับฟั งหรือมีส่วนในการหารือหรือแสดงความคิดเห็นทางการ เมือง เป็ นต้น มิใช่จำากัดเพียงการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งหรือการเข้าเป็ นสมาชิกของกลุ่ม การการเมืองต่างๆ อย่างที่หลายคนเข้าใจ อันที่จริง แล้ ว เพียงการรับ ผิด ชอบต่ อหน้า ที่ ของตนให้ดีท่ีสุด ไม่ว่าจะในฐานะสมาชิกของครอบครัว หน้าที่ในสาขาอาชีพ หรือในฐานะ พลเมืองของประเทศ ก็ล้วนถือเป็ นการมีส่วนร่วมทั้งสิ้น และเป็ นก้าวหนึ่ งที่สำาคัญในการ สร้างสรรค์สงคมให้ก้าวหน้าต่อไป ั ในการตีพิมพ์สมุดปฏิทินครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือและความไว้วางใจจากโครงการ “ พลเมืองคนกล้า ” โดย สถาบันสัญญา ธรรมศักดิ ์ เพื่อประชาธิปไตย มหาวิ ท ยาลั ย ธรรมศาสตร์ ที่ เ อื้ อเฟื้ อข้ อ ม่ ล เกี่ ย วกั บ บุ ค คลตั ว อย่ า งจำา นวน 12 ท่ า น ผ้่ ซึ่ ง ตระหนั ก ถึ ง ภาระหน้ า ที่ ข องตน และใช้ กำา ลั ง กายใจของตนในการทำา หน้าที่อย่างเต็มกำาลัง จนส่งผลต่อสังคมในวงกว้าง และเป็ นแบบอย่างให้แก่ผ้่อ่ ืน ได้ปฏิบัติตาม บุคคลเหล่านี้ ล้วนมีพ้ ืนเพแตกต่างหลากหลาย ทั้งเพศ วัย อาชีพ สถานภาพทาง สังคม อาจไม่ใ ช่บุ คคลที่มี ชาติกำา เนิ ดยิ่ง ใหญ่ หรื อ มี ฐ านะรำ่ ารวย มี ช่ ื อเสี ยง เป็ น บุคคลที่ท่านอาจเดินสวนทางกันในชีวิตประจำาวันโดยไม่ร้่สึกสะดุดใจ แต่พวกเขา เป็ นตัวแทนของ”พลเมืองคนกล้า” คนอื่นๆอีกมากมายในสังคมไทย ที่ใช้กระทำา ของตนที่เป็ นเครื่องพิส่จน์ถึงความเข้าใจถึงคำา ว่า “หน้าที่พลเมือง” และแสดงให้ เห็นว่า บุคคลตัวเล็กๆคนหนึ่ ง จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่สังคมได้ มากมายเพียงใด ม่ลนิ ธิหวังว่า สมุดปฏิทินพลเมืองคนกล้าเล่มนี้ จะเป็ นได้มากกว่าเพียงสมุดบันทึก ข้อความ หรือหนังสือประกาศกิตติคุณ หากแต่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ท่ีต้ังไว้ได้ ด้วย
เนื้ อหาที่ห วัง เป็ นอย่ า งยิ่ ง ว่ า จะสามารถสร้ า งแรงบั น ดาลใจให้ ผ้่ อ่ า นนำา ไปต่ อ ยอดและ สร้างแนวทาง “พลเมืองคนกล้า” ของตนเองต่อไป
12 พลเมืองคนกล้า
1. คุณทิชา ณ นคร : ป้ ามล คนพลิกด้านดีให้ชีวิต
ทำางานเพื่อส่งเสริมและพิทักษ์สิทธิเด็กและครอบครัว และเด็กหรือผ้่หญิงที่ถ่กกระทำา ความรุนแรงในครอบครัว นอกจากนั้นยังสร้างกระบวนการด่แลเด็กเยาวชนที่อย่่ในสถานพินิจ อย่างก้าวหน้า โดยเฉพาะที่บ้านกาญนาภิเษก ด่แลและสร้างการพัฒนาศักยภาพรวมทั้งจิตใจ ของเด็กๆ เป็ นต้นแบบของการด่แลเด็กและเยาวชนในสถานพินิจที่ให้โอกาสเขาเหล่านั้นที่จะกลับ ตัวกลับอีกครั้ง รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในคุณค่าความดีงามของตนเองอีกครั้ง
2. คุณสันติพงษ์ ม่ลฟอง : คนกล้าส้่ เพื่อคนไร้สัญชาติ
นักต่อส้่เรื่องคนไร้สัญชาติภาคเหนื อ เริ่มดำาเนิ นงานต่อส้่และเคลื่อนไหวเพื่อคนไร้สัญชาติ ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน สร้างศ่นย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน ที่อำาเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็ นศ่นย์ประสานงานเพื่อพิทักษ์สิทธิเด็กและสตรี จัดให้คำาปรึกษา กรณีเด็กและผุ้หญิงที่ถ่ก ละเมิด ตลอดจนจัดบ้านพักฉุกเฉิน นอกจากนั้นยังส่งเสริมงานพัฒนาอาสาสมัครเยาวชนในชุมชน และนำาพาเด็กพลัดถิ่นมาร่วมกิจกรรมและพัฒนาศักยภาพตนเอง รวมทั้งเป็ นอาสาสมัครเฝ้ าระวัง ปั ญหาที่จะเกิดกับเด็กในชุมชน
3. ดร.กฤษณาไกรสินธ์ุ : เภสัชกรยิปซี คนไทยคนดีท่ีโลกยกย่อง
เภสัชกรผ้ผลิตยาต้านไวรัสเอดส์ ใช้เวลากว่าสามปี ในการคิดค้นยาต้านไวรัสให้แก่ผ้่ติด ่ เอดส์ ซึ่งต้องเจออุปสรรคจากบริษทยาต่างๆ ซึงไปขัดผลประโยชน์ และถ่กฟ้ องร้องคดีความ ั ่ เนื่องจากยาที่ผลิตราคาต่างกันมากจากที่บริษทเอกชนเคยผลิตขายก่อนหน้านี้ แต่ในที่สุดก็ ั ประสบความสำาเร็จ ได้รับการยอมรับและได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลทังในและต่างประเทศ จากนั้นก็ออกเดินทางไปยังประเทศในทวีปต่างๆที่กันดารทั่วโลกซึ่งเป็ นแหล่งแพร่ขยายของเชื้อ เอดส์ เช่น แอฟริกา เพื่อสอนการผลิตยาต้านไวรัสเอดส์
4. คุณบุญส่ง จันทร์ส่องรัศมี : เสียงชุมชน เพื่อคนรักป่ า
แกนนำากลุ่มอนุรักษ์กาญจน์ เคลื่อนไหวเรื่องการบุกรุกเข้าไปตัดไม้ในทุ่งใหญ่นเรศวร ของกลุ่มผ้่มอิทธิพลในพื้นที่ ซึ่งการเคลื่อนไหวเรื่องนี้ น้ันทำาให้ต้องเผชิญหน้าและขัดแย้งกับทั้ง ี กลุ่มนายทุนค้าไม้และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในพื้นที่ สิ่งที่เขาและกลุ่มพยายามเรียกร้องจากภาครัฐ คือ การเปิ ดเผยข้อม่ลครั้งนี้ ก็เพื่อต้องการให้เกิดกระบวนการด่แลอย่างจริงจัง เพราะป่ าทุ่งใหญ่ ฯ เป็ นมรดกโลกที่มีความสำาคัญ และเป็ นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องร่วมกันรับผิดชอบ การตัดไม้น้ันยังไม่สำาคัญเท่ากับนายทุนกำาลังเข้ายึดครองพื้นที่ ที่ผานมาชาวบ้านในพื้นที่ ่ มักกระทบกับเจ้าหน้าที่ตลอดมา แต่ตอนนี้ มีการเตรียมการเพื่อยึดถือครอบครองเป็ นของส่วนตัว โดยเจ้าหน้าที่ไม่ดำาเนิ นการอย่างจริงจัง หากปล่อยไว้อย่างนี้ ไม่นานทุ่งใหญ่ ฯ คงจะหมดสภาพ ความสมบ่รณ์ ซึงอาจจะถ่กถอดจากการเป็ นมรดกโลกได้ กลุ่มอนุรักษ์กาญจน์ ได้ออกแถลงกาญ ่ จน์ ประจานความบกพร่องของหน่ วยราชการ ที่ปล่อยให้มีการลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ป่าทุ่งใหญ่ นเศวร และตีแแผ่พฤติกรรมเจ้าหน้าที่รับส่วยที่ได้จากการหาหน่อไม้ โดยเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ท่ี รับผิดชอบออกมาแก้ไขปั ญหาดังกล่าว นอกจากเรื่องอนุรักษ์ผืนป่ าแล้ว นายบุญส่ง ยังเป็ นแกนนำาในการทำางานเพื่อพิทักษ์สิทธิ ของวิทยุชุมชน โดยจัดตั้งหน่ วยปฏิบัติการเรียนร้่วิทยุชุมชนเสียงชุมชน จ.กาญจนบุรี ทำาเรื่องการ ปฏิร่ปสื่อวิทยุชุมชนในกาญจนบุรี
5. คุณกรณ์อุมา พงษ์นอย : คนเสื้อเขียวแห่งบ่อนอก ้
ประธานกลุ่มรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก ซึงเป็ นภรรยาของเจริญ วัดอักษร (ผ้นำาชุมชนบ่อนอก ที่ ่ ่ ถ่กลอบยิงเสียชีวิต) ทำางานด้วยจุดมุ่งหวังเพื่อปกป้ องสิ่งแวดล้อมและขยายเครือข่าย “คนเสื้อ เขียว” อันเป็ นเจตนารมณ์ของเจริญ วัดอักษร ที่ต้องการสร้างความเข้มแข็งให้ชาวบ้านและ ชุมชนพิทักษ์สิทธิในการด่แลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมด้วยตนเอง กรณ์อุมาเริมต้นทำางานด้านนี้ ่ ด้วยการร่วมเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้ าบ่อนอกของบริษท กัลฟ์ เพาเวอร์ เจเนอเรชั่น ที่ ั จ.ประจวบคีรขันธ์ จนรัฐต้องระงับโครงการดังกล่าว หลังจากนั้น ได้ร่วมกับชาวบ้านคัดค้านกลุ่ม ี นายทุนที่ได้เข้ามาบุกรุกพื้นที่สาธารณะและการทำานากุ้ง เพื่อรักษาสิทธิ ขณะนั้นผ้่นำากล่มหลาย ุ คนในชุมชนถ่กซื้อ หลายคนไม่ได้ตอส้่เพื่อปกป้ องทรัพยากรจริงจัง และยังถ่กหลอกซำ้าหลายครั้ง ่ บท เรียนหลายข้อจนคิดว่าไม่อาจจะฝากความหวังกับหน่ วยงานราชการ (ท้องถิ่น) หรือใคร ได้อีกต่อไป จะต้องทำางานด้วยตัวของชาวบ้านเองเท่านั้น จากนั้นก็ร่วมสร้างเครือข่ายอนุรักษ์หิน กร่ด-บ่อนอก ด้วยมุ่งหวังที่อยากเห็นชุมชนต่างๆ ลุกขึ้นมาสร้างประวัติศาสตร์ของตนเอง ต่อส้่ยืน หยัดปกป้ องท้องถิ่นด้วยความเข้มแข็ง ส่งทอดและสืบสานอุดมการณ์รักท้องถิ่นให้แก่ชุมชนอื่นๆ ต่อไป อย่างไรก็ตามการทำางานดังกล่าวยังมีอุปสรรคมากมาย ขณะเดียวกันการรักษา อุดมการณ์และความเข้มแข็งของชาวประจวบฯ ไว้ ก็เป็ นภารกิจที่ไม่ใช่เรื่องง่าย ในวันนี้ การต่อส้่ ของพวกเราชาวประจวบฯเองก็ยังไม่จบสิ้น แม้โรงไฟฟ้ าบ่อนอก-หินกร่ดจะถ่กยกเลิกไปแล้ว แต่ โรงไฟฟ้ าใหม่ๆ ทั้งถ่านหิน ก๊าซและนิ วเคลียร์ ก็รอจังหวะที่จะรุกเข้ามา อีกทั้งโรงงาน อุตสาหกรรมขนาดใหญ่อย่างสหวิริยาก็ต้องการขยายอาณาจักรมารุกรานทำาลายทรัพยากรและ สุขภาพของชาวประจวบฯ ให้ยิ่งหนักข้อเข้าไปอีก ที่ดินสาธารณะคลองชายธงก็ยังอย่่ในมือกลุ่ม อิทธิพลท้องถิ่น
6. คุณบุญยืน ศิริธรรม : นักส้่ชาวบ้าน บนเส้นทางของความบ้า
ประธานสหกรณ์ประมงบางจะเกร็ง-บางแก้ว จ.สมุทรสงคราม และแกนนำาเครือข่าย ประชาชนรักษ์ท้องถิ่นสมุทรสงครามและผ้่ประสานงานเพื่อผ้่บริโภคภาคตะวันออก เป็ นผ้่นำาใน การเคลื่อนไหวเรียกร้องในระงับใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงานและใบขออนุญาตใช้อาคาร ของบริษทปิ กนิ ก กรณีปัญหาคลังก๊าซมหันตภัยขนาดใหญ่ ที่เก็บก๊าซมากกว่า 4,000,000 ลิตร ั ตั้งอย่่ท่ี ตำาบลบางจะเกร็ง (ใกล้ดอนหอยหลอด) จังหวัดสมุทรสงคราม ซึงตั้งอย่่ในพื้นที่ๆได้รับ ่ การขึ้นทะเบียนให้เป็ นพื้นที่ชุ่มนำ้าที่มีความสำาคัญระดับนานาชาติ ตามอนุสัญญาแรมซาร์ลำาดับที่ 1099 ที่ควรจะต้องได้รับการอนุรักษ์ เนื่ องจากบริเวณที่ต้ังโครงการดังกล่าวอย่่ในพื้นที่ชุ่มนำ้า ดอนหอยหลอดการดำาเนิ นการใดๆจึงควรปฏิบัติตามมาตรการการอนุรักษ์พ้ ืนที่ชุ่มนำ้าที่มีความ สำาคัญระดับนานาชาติ นอกจากนั้นยังเป็ นผ้่นำาในการเคลื่อนไหวและต่อส้่เพื่อการอนุรักษ์สิ่ง แวดล้อมชุมชนอีกหลายกรณี เช่น มีการต่อต้านเรือเดินนำ้ามันในแม่น้ าแม่กลอง การต่อต้าน ำ
โรงงานขยะ การคัดค้านการประกาศให้พ้นทีจงหวัดสมุทรสงครามเป็ นนิคมอุตสาหกรรม และการ ื ่ ั คัดค้านการสร้างเขื่อนกันนำ้าเค็มในแม่น้ าแม่กลอง เป็ นต้น ้ ำ
7. คุณปราณี บุญทอง : คน บ้าน ป่ า กับงานพัฒนาขั้นพื้นฐาน
เป็ นอาสาสมัครอย่่ท่ีจ.กาญจนบุรี เป็ นคนที่ขยัน ทุ่มเทช่วยเหลือผ้่ป่วยในชุมชนให้ได้รับ การด่แลและมีคุณภาพชีวิตที่ดี แม้ว่าตนเองจะต้องใช้เงินทองและทรัพย์สินส่วนตัวไปเพื่อช่วย เหลือคนในชุมชนก็ยังยินดีท่ีจะทำา นอกจากนี้ ยังช่วยเหลือคนในชุมชนต่อส้่เรื่องที่ดินทำากิน จาก นายทุนหรือคนที่เอารัดเอาเปรียบอย่างไม่ยอท้อและไม่เกรงกลัวอิทธิพลใดๆ ่
8. คุณวรรณกนก เปาะอิเตดาโอ๊ะ : ล่กเหรียงเมืองยะลา
ผ้่ประสานงานเครือข่ายเด็กและเยาวชนยุติความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และแกนนำากลุุมเยาวชนลูกเหรียง จังหวัดยะลา เม๊าะ เป็ นหนึ่ งในคนที่ต้องส่ญเสียคนในครอบครัว (พ่อและพี่ชายอีก 3 คน) ไปในการลอบ สังหาร กรณีเหตุความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเติบโตมาในครอบครัวที่มีพ่อเป็ น ผ้นำาชุมชน และมีส่วนร่วมกับงานพัฒนาชุมชนมาโดยตลอด และจากประสบการณ์ของการส่ญ ่ เสียคนในครอบครัวไปจากเหตุการณ์ความรุนแรง ก็เป็ นแรงบันดาลใจสำาคัญให้เธอและกลุ่ม เพื่อนๆน้องๆในชุมชน ที่สนใจประเด็นเรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเด็ก มารวมตัวกันเพื่อทำา กิจกรรมครอบครัวที่สตรีต้องส่ญเสียสามีไปในเหตุการณ์ความไม่สงบ เมื่อประมาณปลายปี 2547 จากการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนครอบครัวของผ้่เสียชีวิต ทำาให้เห็นว่า ยังมีเด็กๆที่ต้องกำาพร้า พ่อเป็ นจำานวนมาก ทำาให้ร่วมกันคิดกิจกรรมที่จะไปเยียวยาเด็กๆเหล่านั้น จึงได้หากิจกรรมมา รวมตัวกัน ประสาน ระดมทุนจากหลายๆที่ เพื่อของบประมาณในการจัดเวทีความรุนแรงที่เกิด ขึ้นกับเด็กและเยาวชน จึงได้เกิดเวทีครั้งแรกที่รวมเด็กๆที่ส่ญเสียมาเจอกัน ทั้งหมด 50 คน เพื่อ เป็ นกระบวนการเยียวยาและให้กำาลังใจซึ่งกันและกัน โดยใช้กิจกรรมศิลปะ ดนตรี ในการช่วย เปิ ดความร้่สึกและการสร้าง “นิ ทาน” เพื่อยุติความรุนแรง ซึ่งโครงการนี้ ได้ทำาต่อเนื่องมาจนถึง ปั จจุบัน ความตั้งใจอย่างต่อเนื่องของกลุ่มล่กเหรียง ทำาให้ได้รับการสนับสนุนจากผ้ใหญ่ใจดี ่ มากมาย ที่ต้องการสานความตั้งใจของเยาวชนกลุ่มนี้ จนปั จจุบันกลุ่มมีสถานที่ของตัวเอง ที่
สามารถเปิ ดให้เด็กและเยาวชนในชุมชนมาใช้เป็ นสถานที่ทำากิจกรรม ร่วมกัน เป็ นห้องสมุดเล็กๆ เก็บหนังสือดีๆที่เป็ นประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน นอกเหนือจากกิจกรรมของกลุ่มล่กเหรียงแล้ว เม๊าะยังเข้าไปมีส่วนร่วมกับเครือข่ายเยาว ชนอื่นๆในภาคใต้ เพื่อดำาเนิ นกิจกรรมโดยเฉพาะเรื่องการยุติความรุนแรงและการสร้างสันติภาพ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของเด็กและเยาวชนในภาค ใต้ เช่น เครือข่ายเยาวชนด้านเอดส์ เป็ นต้น
9. คุณทวิทย์ สายไหม : คนกล้าแห่งพื้นป่ าแม่ยม
นายทวิทย์ สายไหม ล่กจ้างชั่วคราวป่ าไม้ ได้รับบาดเจ็บเนื่ องจากถ่กกลุ่มลักลอบตัดไม้ใช้ มีดฟั นนิ้ วนางซ้ายขาด นิ้ วกลาง และนิ้ วชี้กระด่กแตก เหตุเกิดขณะเข้าจับกุมกล่มผ้่ลักลอบตัดไม้ ุ บริเวณป่ าห้วยตาดตาล หม่่ 1 บ้านดอกคำาใต้ ต.แม่ตีบ อย่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ยม อ.งาว ่ จ.ลำาปาง เบื้องต้นสามารถจับกุมคนร้ายได้ 1 คน สำาหรับทวิทย์และเพื่อนๆการออกลาดตระเวน ในพื้นที่แต่ละครั้งย่อมไม่ตางอะไรจากการพาตัวเองไปยืนประชิดความตาย เนื่องจากไม่มใคร ่ ี สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นในชั่วเวลาดังกล่าว ด้วยความฝั นที่ผนวกกับ ความผ่กพันตั้งแต่วัยเด็กทำาให้ ทวิทย์ทุ่มเทที่จะรักษาป่ าผืนนี้ เอาไว้อย่างสุดชีวิตโดยมิได้หวั่น เกรงว่าจะต้องส่ญเสียอวัยวะบางส่วนไปจากร่างกาย จากการส่ญเสียนิ้ วของเขาได้ทำาให้เจ้า หน้าที่และองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามการลักลอบตัดไม้ในจังหวัดใกล้เคียงหันมาใส่ใจ ด่แลผืนป่ าอย่างจริงจัง จนกระทั่งสามารถจับกุมผ้่กระทำาความผิดได้อย่างต่อเนื่ องหลายราย สำาหรับ ทวิทย์ สายไหม แม้นิ้วมือจะต้องแหว่งวิ่นไปตลอดกาล แต่เขาก็มิได้ร้่สึกเสียดายมัน แต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามชายหน่ ุมกลับสัมผัสได้ถึงความคุ้มค่าบางประการของชีวิต “การที่ นิ้ วมือของผมเป็ นอย่างนี้ มันไม่เคยทำาให้ผมคิดอยากจะเลิกทำางานเลยนะ กลับกัน ผมว่ามัน เป็ นสิ่งที่กระตุ้นให้ผมยิ่งอยากทำางานมากขึ้น
10. คุณแยนะ สะแลแม : ปกป้ องสิทธิมนุษยชน เพราะฉันคือคนไทย
จากการทำางานด้วยความเสียสละ และจิตใจที่มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวในการทำางานปกป้ องสิทธิ มนุษยชนของผ้่คนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ทำาให้ แยนะ สะแลแม หรือ “กะน๊ะ” หญิงเหล็กแห่ง ต.ศาลาใหม่ ตากใบ ในวัยเฉียดห้าสิบ ที่มีความร้่เพียงจบชั้น ป.4 ถ่กคณะกรรมการสิทธิมนุษย ชนแห่งชาติพิจารณามอบรางวัลดีเด่น “ผ้่หญิงปกป้ องสิทธิมนุษยชน” ประจำาปี 2550 ให้เพื่อ
สนับสนุนผ้่หญิงที่ทำางานด้านปกป้ องสิทธิมนุษยชน และรณรงค์เผยแพร่ให้สังคมตระหนักถึง บทบาทและภารกิจของผ้่หญิงในการทำางานด้านนี้ ล่กชายของแยนะเป็ นหนึ่ งในผ้่ท่ีถ่กควบคุมตัวไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปั ตตานี และต่อ มาได้กลายเป็ นหนึ่ งในชาวตากใบจำานวน 58 คน ซึ่งถ่กทางการดำาเนิ นคดีว่าเป็ นกลุ่มแกนนำาและ มีส่วนร่วมวางแผนเพื่อก่อให้เกิดการชุมนุม นอกจากนี้ในจำานวนชาวตากใบ 58 รายที่กลายเป็ น จำาเลย มีญาติและเพื่อนบ้านของแยนะซึ่งเป็ นอย่่ในตำาบลไพรวันเหมือนกันรวม 17 คน เป็ น สาเหตุเบื้องต้นที่ทำาให้เธอต้องลุกขึ้นช่วยเหลือผ้่ถ่กฟ้ องร้องดำาเนิ นคดี แยนะทำาหน้าที่น้ี ท้ังใน ฐานะแม่ ญาติ และเพื่อนบ้านผ้ร่วมทุกข์ ให้แก่ผ้่ท่ีเธอร้่จักหรือกระทั่งไม่ร้่จักเพราะเธอไม่สามารถ ่ ทนเห็นคนไม่ผิด แต่กลับต้องรับผิด ในขณะที่คนผิดกลับลอยนวลได้ นอกจากงานข้างต้นแล้วเธอยังเป็ นหนึ่ งในตัวแทนของกลุ่มสตรีสานสัมพันธ์ส่สันติสุข (ส.6 – ซอซิกซ์) เป็ นการรวมกลุ่มของผ้่หญิงที่ล่กชาย สามี พ่อ หรือญาติเสียชีวิตในเหตุการณ์ ตากใบและเหตุรุนแรงอื่นๆ โดย แยนะทำาหน้าที่ประสานงานการให้ความช่วยเหลือด้าน กฎหมายและสิทธิมนุษยชนแก่ผ้่ได้รับผลกระทบทั้งจากกรณีตากใบ และกรณีต่างๆ ประสานงาน ร่วมกับกลุ่มเยาวชนใจอาสาเพื่อครอบครัวผ้่ส่ญเสีย ม่ลนิ ธิเครือข่ายครอบครัว คณะทำางาน ยุติธรรมเพื่อสันติภาพ และอนุกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 1 ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ จัดเวทีรับฟั งเรื่องราวร้องทุกข์พร้อมให้ความร้่และความช่วยเหลือด้านกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนแก่สมาชิกครอบครัวผ้่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
11. คุณนิ วัตน์ ร้อยแก้ว : คร่ตี๋ ผ้ลับคมปั ญญา เพื่อรักษาล่มนำ้าโขง ่ ุ
อดีตคร่ใหญ่โรงเรียนบนดอย โรงเรียนบ้านห้วยคุ กิ่งอำาเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เมื่อการพัฒนาและการค้าเสรีกลายเป็ นการคุกคามแม่น้ ำาและบ้านเกิด อดีตคร่ใหญ่ผ้่น้ี ก็ พร้อมที่จะเปลี่ยนสนามการค้าให้เป็ นสนาม รบของชาวบ้านธรรมดาที่ใช้องค์ความร้่ท้องถิ่น เป็ นอาวุธ เมื่อครั้งที่ข่าวคราวการพัฒนาการขนส่งทางนำ้าในแม่น้ ำาโขงมาถึงห่เมื่อสิบห้าปี ก่อน มัน ไม่ได้ ทำาให้คร่ใหญ่หน่มเงี่ยห่ฟังด้วยความสนใจแล้วผ่านเลยไป หากแต่มันได้ทำาให้คร่ดอยผ้่น้ี ุ มองต่อไปไกลถึงอนาคตเหนื อแม่น้ ำาบ้านเกิด หลังจากลาออกจากการเป็ นคร่ด้วยเหตุผลที่ว่า ความคิดของเขาไปไม่ได้กับระบบราชการ ความเชื่อในการเรียนการสอนของเขาต่างอย่างสุดขั้ว กับสิ่งที่เขาถ่กกำาหนดให้ทำา “ผมสนใจเรื่องการเข้าถึงความร้ในท้องถิ่น การสอนให้เด็กเรียนร้่ ่ โดยใช้กระบวนการ แต่ระบบการศึกษาไม่เปิ ดให้ทำาแบบนั้น มันเป็ นปั ญหาเรื่องวิธีคิด เมื่อเราไม่ เชื่อเหมือนเขาเราก็ไปตามทางของเรา คิดว่าออกมาทำาเรื่องการศึกษาท้องถิ่นดีกว่า” หน้าแล้งปี ๒๕๓๙ คนเชียงของพากันแตกตื่นกับเหตุการณ์ระดับในแม่น้ ำาโขงลดระดับอย่างรวดเร็วน่ ากลัว ลดแล้วขึ้น ขึน แล้วลดในช่วงไม่ก่ีวันทั้งที่ฝนไม่ได้ตก พบว่าการลดลงของแม่น้ ำาโขงเป็ นผลมา ้ จากการเปิ ดเขื่อนผลิตไฟฟ้ ากั้นลำา นำ้าโขงตอนบนในประเทศ คร่ตีและเพื่อนอาสาสมัครก็ ๋ เข้าไปช่วยงานด้านกระบวนการ และข้อม่ลรวมทั้งเป็ นบรรณาธิการ “แม่โขงโพสต์” หลังจากนั้น ก็เกิดข่างลือเรื่องการจะระเบิดแก่งจำานวน ๒๑ แก่งพวกเขาจึงรวมตัวกันล่ารายชื่อชาวบ้านยื่น เสนอต่อกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา จากนั้นพวกเขาได้ทำาการรวบรวมเอกสารและค้นคว้า เพื่อหาหลักฐานเรื่องผลกระทบเชิงสิ่งแวดล้อม ซึงคร่ตีก็ทำางานร่วมกับชาวบ้าน และที่สำาคัญที่สุด ่ ๋ งานวิจัยของชาวบ้านได้พิส่จน์ให้ประจักษ์ชัดว่าระบบนิ เวศอันซับซ้อนที่เกิดจากแก่ง ผา คอน ดอน ปริมาณนำ้าที่แตกต่าง ใ นแต่ละช่วงฤด่กาล เอื้อต่อชีวิตจากสาหร่าย ไก พืชนำ้า คางคก ไปถึงคน แต่ยังพาเข้าไปถึงวัฒนธรรมที่ผ่กโยง กันอย่างแยกไม่ออก
12. คุณนฤมล บัวงาม : อิสระแห่งชีวิต กับความคิดที่ไม่เคยพิการ
ป๊ ุ หญิงผ้่พิการ วัย 29 ปี ชาวนนทบุรี ที่ไม่เคยคิดเลยว่า ร่างกายที่ไม่สมประกอบของเธอ จะสามารถช่วยเหลือผ้่อ่ ืนได้ แต่เธอกลายเป็ นแกนนำาอาสาสมัครผ้่พิการ ที่ชักนำาผ้่คนมากมาย ให้มาร่วมกันทำาสิ่งดีๆให้กับสังคม เคยแม้แต่กระทั่งตื่นไปเดินขบวนเรียกร้องสิทธิผ้่พิการตั้งแต่ตี 3 ยัน 5 โมงเย็นมาแล้ว สำาหรับเธอ ความพิการไม่ใช่อุปสรรคขัดขวางความตั้งใจที่จะทำากิจกรรม เพื่อสังคมได้ จุดเริ่มต้นการทำางานอาสาสมัครของเธอ คือเมื่อปี 2547 เมื่อเธอได้ร้่จักกับศ่นย์ดำารงชีวิต อิสระผ้่พิการ จังหวัดนนทบุรี ซึงทำางานกับผ้่พิการที่มอาการหนัก ช่วยเหลือตนเองแทบไม่ได้เลย ่ ี โดยจะมีการไปเยี่ยมบ้าน เพื่อพ่ดคุย ให้กำาลังใจ ทั้งตัวผ้่พิการเองและญาติผ้่พิการ ซึงงานนี้ การ ่ พ่ดคุย ด่ราวกับเป็ นสิ่งธรรมดาสามัญที่ใครๆก็ทำาได้ ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร แต่สำาหรับที่ไม่สามารถ เคลื่อนไหวได้อย่างป๊ ุ การพ่ดกลายเป็ นสิ่งวิเศษสุด ที่เธอสามารถให้มันเป็ นของขวัญแก่เพื่อนผ้่ พิการที่กำาลังหมดกำาลังใจ นอกจากการลงเยี่ยมผ้่พิการในพื้นที่ต่างๆแล้ว ป๊ ุยังไปช่วยงานกลุ่มอาชีพผ้่พิการในพื้นที่ ได้แก่การไปช่วยขายของตามงานออกร้านต่างๆ และยังไปเป็ นวิทยากรแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ชีวิตและการทำางานอาสาสมัครตามเวทีต่างๆ เป็ นที่ยอมรับในวงการผ้่พิการ
Published under a Creative Commons License:
By attribution, non-commercial
.
Login
or
register
to post comments
Tags:
2552